|
|||||||||
|
|||||||||
ห้องข่าว >> ภาพข่าว >> ภาพข่าวสภาปฏิรูปแห่งชาติ ![]() |
ที่ปรึกษาและโฆษกกรรมาธิการยกร่างฯ แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการ ครั้งที่ ๒๔ วันที่ ๒๓ ธ.ค.๕๗ ๏ฟฝัน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ 23 ๏ฟฝ.๏ฟฝ. 2557 |
วันอังคารที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ณ บริเวณห้องโถง อาคารรัฐสภา ๑ พลเอกเลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษกกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยนายสุจิต บุญบงการ รองประธานกรรมาธิการฯ คนที่สาม ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ ๓ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ครั้งที่ ๒๔ ในประเด็น ๒ ประเด็น ดังนี้
๑. ที่ประชุมได้พิจารณากรอบแนวคิดในการกระจายอำนาจเพิ่มเติม โดยเห็นว่า การกระจายอำนาจไม่ควรกระจายอำนาจไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น แต่ควรกระจายอำนาจไปยังภาคประชาชน ภาคประชาสังคม องค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร (NGO) องค์กรที่แสวงหาผลกำไร และองค์กรสาธารณะต่างๆ ที่ทำเพื่อสังคม เพื่อให้องค์กรเหล่านี้เกิดการแข่งขันในการจัดทำบริการสาธารณะเพื่อสนับสนุนงานภาครัฐให้มากยิ่งขึ้น โดยภาคประชาชนเหล่านี้มีฐานะเป็นภาคีหุ้นส่วน ทั้งนี้คณะกรรมาธิการฯ เห็นควรบรรจุประเด็นการกระจายอำนาจดังกล่าวไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยมี ๓ กลไกในการสนับสนุนการกระจายอำนาจไปสู่ภาคประชาชน และประชาสังคม ได้แก่ กลไกทางกฎหมาย เพื่อรองรับการจัดทำบริการสาธารณะ กลไกทางการคลัง โดยการตั้งกองทุนสนับสนุนการจัดทำบริการสาธารณะ และ กลไกกำกับดูแลการจัดทำบริการสาธารณะ
จากนั้น นายสุจิต บุญบงการ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ ๓ ได้ชี้แจงความคืบหน้าประเด็นเรื่องการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีโดยตรง ทั้งนี้ ประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี และสมาชิกวุฒิสภานั้น ยังไม่ได้ข้อสรุปในวันนี้ ส่วนประเด็นที่ได้ข้อสรุปในวันนี้คือ การได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างฯ เห็นควรให้คงไว้ซึ่งการได้มาซึ่งคณะรัฐมนตรีในการปกครองประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแบบเดิม แม้ว่าระบบเดิมจะมีปัญหา และมีความเสี่ยง แต่ก็เป็นความเสี่ยงที่สามารถควบคุมและแก้ไขได้ น้อยกว่าระบบใหม่ที่คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมืองได้นำเสนอ ทั้งนี้ระบบดังกล่าวเป็นระบบที่มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม (modify parliamentary system) โดยเน้นให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ไม่ใช่พรรคการเมืองที่เป็นระบบนายทุน เน้นหลักการถ่วงดุลอำนาจ โดยให้ประธานรัฐสภา และรองประธานรัฐสภา เมื่อได้รับตำแหน่งแล้วต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และให้พรรคฝ่ายค้านดำรงตำแหน่งประธานกรรมาธิการที่สำคัญ รวมทั้งทำให้การเลือกตั้งเป็นการสะท้อนคะแนนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง พรรคการเมืองที่เป็นเสียงข้างน้อยต้องมีบทบาทในรัฐสภา และไม่มีการกุมอำนาจจากพรรคที่มีคะแนนเสียงส่วนมากแบบเบ็ดเสร็จอย่างเช่นที่ผ่านมา |
![]() |
||
![]() |
![]() |
|
![]() |