กลับหน้าหลัก

                                 อ่านทั้งหมด...

วีดิทัศน์สำนักงานฯ


FONTSIZE
ห้องข่าว >> ภาพข่าว >> ภาพข่าวสำนักงานฯ
นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภาและกรรมการบริหารสหภาพรัฐสภา เข้าร่วมการประชุมคณะ กมธ. เตรียมการจัดการประชุมสุดยอดประธานรัฐสภาสตรี ครั้งที่ 13 (แบบกายภาพ) และการประชุมคณะ กมธ.เตรียมการจัดการประชุมประธานรัฐสภาโลก ครั้งที่ 5 (แบบกายภาพ)

๏ฟฝัน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ 1 ๏ฟฝ.๏ฟฝ. 2564

เมื่อวันศุกร์ที่ 30 เมษายน 2564 เวลา 19.00 - 20.00 นาฬิกา นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ สมาชิกวุฒิสภาและกรรมการบริหารสหภาพรัฐสภา ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งที่สองของคณะ กมธ.เตรียมการจัดการประชุมสุดยอดประธานรัฐสภาสตรี ครั้งที่ 13 (แบบกายภาพ) (Preparatory Committee for the In-Person Segment of the 13th Summit of Women Speakers of Parliament – 13SWSP) โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุม จำนวน 7 คน ซึ่งเป็นสมาชิกสตรีของคณะ กมธ.เตรียมการจัดการประชุมประธานรัฐสภาโลก ครั้งที่ 5 ประกอบด้วย เบลเยียม อินโดนีเซีย นอร์เวย์ อุรุกวัย เยอรมนี และไทย โดยมี Ms. Tone Wilhelmsen Troen ประธานรัฐสภานอร์เวย์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม  และเลขาธิการสหภาพรัฐสภาเข้าร่วมการประชุมด้วย

ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้พิจารณาเกี่ยวกับการเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดประธานรัฐสภาสตรี ครั้งที่ 13 (แบบกายภาพ) โดยที่ประชุมฯ ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนรูปแบบการประชุมแบบ Doha Style Debate ที่มีลักษณะเป็น Interactive และกระตุ้นให้มีการอภิปรายมากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังอภิปรายสนับสนุนเอกสารหัวข้อหลัก (Theme) และร่างกำหนดการประชุมที่เน้น 3 ประเด็น คือ (1) บทบาทการสนับสนุนที่สำคัญของผู้หญิงในการเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (2) ความเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมทางการเมือง การสร้างพลังทางเศรษฐกิจ และความรุนแรงที่มีต่อผู้หญิงและเด็กหญิง และ (3) ความจำเป็นและความสนใจของผู้หญิงและเด็กหญิง ซึ่งเป็นกลุ่มคนเปราะบาง นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้พิจารณาเอกสารข้อเสนอสำหรับการอภิปรายย่อย (Panel Discussion) หัวข้อ “Towards a New Social Compact for Gender Equality” ตามที่ได้เสนอแนะให้เพิ่มเติมประเด็นความเท่าเทียมระหว่างเพศ (Gender Equality) ในการประชุมประธานรัฐสภาโลก ครั้งที่ 5 (แบบกายภาพ)

โอกาสนี้ นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ได้ร่วมอภิปรายต่อที่ประชุมฯ เพื่อแบ่งปันข้อมูลและประสบการณ์ของประเทศไทย มีใจความสำคัญว่า “สภาผู้แทนราษฎร ได้มีการลงมติเห็นชอบ พ.ร.ก. 3 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท ได้แก่ (1) พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (พ.ร.ก. เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท) (2) พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (พ.ร.ก. Softloan 500,000 ล้านบาท ให้กับ SMEs) และ (3) พ.ร.ก.การรักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. 2563 (พ.ร.ก.ตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพของตราสารหนี้บริษัทเอกชน 400,000 ล้านบาท) นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีโครงการต่าง ๆ มากมายเพื่อส่งเสริมความช่วยเหลือทางการเงินแก่ครัวเรือน อาทิ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวเสนอโอกาสการจ้างงานระยะสั้นอย่างน้อย 200 ตำแหน่ง สำหรับผู้ที่ตกงานในช่วงการระบาดของโควิด-19 อีกทั้ง เราควรเน้นให้เห็นความสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศและการเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 อย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรเปราะบาง อาทิ สตรีและเด็กหญิง”

จากนั้น ระหว่างเวลา 20.00 - 22.00 น. นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งที่สามของการประชุมคณะ กมธ.เตรียมการจัดการประชุมประธานรัฐสภาโลก ครั้งที่ 5 (แบบกายภาพ) (Third Meeting of the Preparatory Committee for the In-Person Segment of the Fifth World Conference of Speakers of Parliament – 5WCSP) ซึ่งมีผู้เข้าร่วมการประชุม จำนวน 19 คน ประกอบด้วย เบลเยียม เอกวาดอร์ กายอานา ไอซ์แลนด์ อินโดนีเซีย นอร์เวย์ ยูกันดา อุรุกวัย จีน ออสเตรีย เยอรมนี มอลโดวา ชิลี ไทย และซิมบับเว โดยมี Mr. Duarte  Pacheco ประธานสหภาพรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุมและเลขาธิการสหภาพรัฐสภา รวมทั้งตัวแทนของประธานคณะกรรมการการประชุมยุวสมาชิกรัฐสภา และตัวแทนของเลขาธิการสหประชาชาติเข้าร่วมการประชุมด้วย

ที่ประชุมฯ ได้พิจารณารูปแบบการอภิปรายทั่วไป (General Debate) และหัวข้อการอภิปรายย่อย 5 วาระ ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสหภาพรัฐสภาได้ปรับร่างกำหนดการประชุมโดยเพิ่มหัวข้อความเท่าเทียมระหว่างเพศ (Gender Equality) ตามมติของที่ประชุมฯ ครั้งที่ผ่านมา ที่ประชุมฯ ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนการจัดประชุมในรูปแบบ Doha Style Debate ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้แสดงความคิดเห็นแบบมีปฏิสัมพันธ์และทำให้การประชุมน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบหัวข้อการอภิปรายย่อยทั้ง 5 วาระ โดยเสนอแนะให้เน้นย้ำประเด็นความมั่นคง การเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเปิดโอกาสให้ประธานรัฐสภาที่เป็นคนรุ่นใหม่ได้เข้าร่วมในคณะผู้อภิปราย (Panelist) ของการอภิปรายย่อยแต่ละวาระด้วย

ที่ประชุมฯ ยังได้พิจารณาข้อเสนอสำหรับการจัดทำเอกสารผลลัพธ์การประชุม (Outcome Document) โดยมีสมาชิกคณะ กมธ. นำส่งข้อคิดเห็น จำนวน 9 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยียม จีน เยอรมนี อินโดนีเซีย นอร์เวย์ ไทย ซิมบับเว และไอซ์แลนด์ โดยที่ประชุมฯ สนับสนุนข้อเสนอแนะของสมาชิกคณะ กมธ.เตรียมการฯ จากเยอรมนีและซิมบับเว ที่ว่าข้อคิดเห็นของประเทศต่าง ๆ มีประเด็นคล้ายคลึงและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อาทิ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน การฟื้นฟูจากการแพร่ระบาดใหญ่ด้วยแนวทางสีเขียว การส่งเสริมระบบดิจิทัล จึงเห็นควรจัดทำเอกสารผลลัพธ์การประชุมที่กระชับ มุ่งเน้นแนวทางเดียวกัน และนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้ได้รับความเห็นชอบเป็นฉันทามติจากที่ประชุมประธานรัฐสภาโลก ครั้งที่ 5 ทั้งนี้ ที่ประชุมฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานเลขาธิการสหภาพรัฐสภาจัดทำร่างแรกของเอกสารผลลัพธ์การประชุม พร้อมทั้งจัดทำร่างหนังสือเชิญประชุม ร่างกำหนดการ และข้อเสนอรายชื่อคณะผู้อภิปราย (Panelist) โดยแจ้งเวียนเอกสารดังกล่าวให้กับคณะ กมธ.เตรียมการฯ ล่วงหน้าก่อนการประชุมครั้งถัดไปในช่วงกลางเดือน มิ.ย. 

โอกาสนี้ นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำเอกสารผลลัพธ์ โดยมีใจความสำคัญว่า “รัฐสภาไทยเห็นว่าควรเน้นย้ำบทบาทของรัฐสภาในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รวมทั้งความจำเป็นในความร่วมมือกันระหว่างองค์การระหว่างประเทศและความร่วมมือภายใต้ระบบพหุภาคีนิยมเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเห็นว่าสหภาพรัฐสภาและรัฐสภาประเทศต่าง ๆ ควรจะได้มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนความพยายามของทั้งองค์การสหประชาชาติและองค์การการค้าโลกในการรับมือกับวิกฤตการณ์ด้านสาธารณสุขที่โลกกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้ สมาชิกรัฐสภาทุกคนควรดำเนินการให้เกิดการทำงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อบรรเทาผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจและสังคม ประเทศไทยจึงขอเน้นความสำคัญในเรื่องการลงทุนวิจัยและพัฒนาวัคซีน รวมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้ในเรื่องดังกล่าวจากประเทศพัฒนาแล้วสู่ประเทศกำลังพัฒนาด้วย”

เครดิต : ภาพและข่าวโดยกลุ่มงานสหภาพรัฐสภา สำนักองค์การรัฐสภาระหว่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

download download Download all images download
รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ข้อบังคับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ร้องเรียน/ร้องทุกข์ กฎหมายในกลุ่มอาเซียน ห้องข่าว
หอสมุดรัฐสภา กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา มาตรฐานการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไอที สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ระบบซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไอที สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สโมสรรัฐสภา
เงินอุดหนุนการวิจัย ของที่ระลึกของรัฐสภา Web Mail รางวัลพานแว่นฟ้า บทความเกี่ยวกับคดีของศาลปกครอง
โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ วารสารทรัพยากรบุคคลรัฐสภา ระบบสมุดโทรศัพท์ สผ. บน Smart Phone ติดต่อรัฐสภา