กลับหน้าหลัก

                                 อ่านทั้งหมด...

วีดิทัศน์สำนักงานฯ


ห้องข่าว >> ภาพข่าว >> ภาพข่าวสำนักงานฯ
ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวถ้อยแถลง ในการประชุม สมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๑๓๙ ณ นครเจนีวา

๏ฟฝัน๏ฟฝ๏ฟฝ๏ฟฝ 17 ๏ฟฝ.๏ฟฝ. 2561

วันอังคารที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๑ ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติ CICG  นครเจนีวา 
สมาพันธรัฐสวิส  ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย  ประธานสภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนสภานิติบัญญัติแห่งชาติ นำคณะผู้แทน
ไทย เข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา ครั้งที่ ๑๓๙ 
และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๑ 
เป็นวันที่สามโดยการประชุมสมัชชา (Assembly)  เริ่มขึ้นตั้งแต่
เวลา ๐๙.๐๐  นาฬิกา ซึ่งที่ประชุม ได้ร่วมกันอภิปราย หัวข้อ "Climate 
change: let us not cross the line " เพื่อนำผลการอภิปรายไปจัดทำร่างข้อมติ
ระเบียบวาระเร่งด่วนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณารับรองต่อไป

ต่อมาในเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา เป็นช่วงของการอภิปรายทั่วไป (General Debate) 
ภายใต้หัวข้อ "บทบาทนำของรัฐสภาในการส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนา
ในยุคแห่งนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี" (Parliamentary 
leadership in promoting peace and development in the age of innovation and 
technological change) ซึ่งในช่วงเช้ายังคงเป็นการกล่าวถ้อยแถลง
ของหัวหน้าคณะระดับประธานรัฐสภาที่ต่อเนื่องมาจากวันที่ ๑๕  ตุลาคม ๒๕๖๑ 

จากนั้น ในเวลา ๑๑.๐๐  นาฬิกา ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย 
ประธานสภานิติบัญญัติ แห่งชาติได้ขึ้นกล่าวถ้อยแถลงในนามคณะผู้แทนรัฐสภาไทย 
สรุปใจความสำคัญได้ว่า ในขณะที่กระแสการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
และนวัตกรรม (วทน.) ของโลกกำลังก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง ประเทศไทยจำเป็นต้อง
ปรับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยการกำหนดนโยบาย 
"ประเทศไทย ๔.๐" (Thailand 4.0) ซึ่งจะเปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจของไทย
ให้เป็นเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม (innovation-based economy) ที่ใช้อุตสาหกรรมใหม่
ขับเคลื่อน อาทิ อุตสาหกรรมอากาศยาน แมคคาทรอนิกส์และหุ่นยนต์ และนาโน
เทคโนโลยี เป็นต้น รวมถึง เปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจฐานดิจิทัล 
(Digital economy) อย่างเต็มตัวในปี  ๒๕๗๐ โดยนโยบายประเทศไทย 
๔.๐ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ที่จัดทำภายใต้หลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 
ของสหประชาชาติ ทั้งนี้ ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการวิจัย
และพัฒนา (R&D) ในฐานะเป็นวาระสำคัญลำดับต้นของชาติ  โดยรัฐ
ตั้งเป้าหมายในการเพิ่มงบประมาณด้าน R&D   ให้ถึงร้อยละ ๒ ของ GDP 
ของประเทศภายในปี ๒๕๗๕ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ  
สำหรับบทบาทของภาครัฐสภาในการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี 
และนวัตกรรม (วทน.) ของประเทศไทย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ 
(สนช.) ได้ดำเนินการปฏิรูปกฎหมายเพื่อวางรากฐานที่สำคัญในการรองรับ
ยุทธศาสตร์ "Thailand 4.0" อาทิ พ.ร.บ. ส่งเสริม
การลงทุน ฉบับแก้ไข ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๐ พ.ร.บ. เขตพัฒนาพิเศษ
ภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ และ พ.ร.บ. เพิ่มความสามารถในการ
แข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งกำหนด
มาตรการส่งเสริมการลงทุนและการพัฒนานวัตกรรม ได้แก่ มาตรการ
จูงใจด้านภาษี และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ รวมถึง กองทุนส่งเสริมการพัฒนา R&D 
ในอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ทั้งนี้ สภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ เชื่อมั่นว่า วทน. คือหัวใจของการพัฒนาประเทศ และรัฐสภา
มีหน้าที่อันสำคัญยิ่งในการส่งเสริมผลักดันให้เกิดนวัตกรรม เพื่อยกระดับ
การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ อันจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน 
ความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม และนำพาประเทศ
ไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างสมดุลและยั่งยืน

เครดิต : ภาพและข่าวโดย กลุ่มงานสหภาพรัฐสภา สำนักองค์การ
รัฐสภาระหว่างประเทศ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
download download Download all images download
รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ข้อบังคับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๘ ร้องเรียน/ร้องทุกข์ กฎหมายในกลุ่มอาเซียน ห้องข่าว
หอสมุดรัฐสภา กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา มาตรฐานการบำรุงรักษาอุปกรณ์ไอที สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ระบบซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไอที สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา สโมสรรัฐสภา
เงินอุดหนุนการวิจัย ของที่ระลึกของรัฐสภา Web Mail รางวัลพานแว่นฟ้า บทความเกี่ยวกับคดีของศาลปกครอง
โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ วารสารทรัพยากรบุคคลรัฐสภา ระบบสมุดโทรศัพท์ สผ. บน Smart Phone ติดต่อรัฐสภา